ตามที่กรมวิชาการเกษตร ดำเนินการปรับแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒ และเปิดให้มีการเสนอความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป สมาคมปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืชแห่งประเทศไทย สมาคมเมล็ดพันธุ์แห่งประเทศไทย สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย และสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย ขอสนับสนุนการปรับแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืช ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญยิ่ง ต่อความก้าวหน้าของการเกษตรของไทย และการดำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมต่อทั้งเกษตรกรและนักปรับปรุงพันธุ์ โดยมีข้อมูลและเหตุผลประกอบการสนับสนุน ดังนี้

   

๑. การเกษตรในปัจจุบันต้องเผชิญปัญหาความท้าทายมากมาย ได้แก่ โรคและศัตรูพืช ภาวะแล้ง น้ำท่วม และตลอดจนการผลิตผลผลิตที่ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืชให้สามารถตอบสนองต่อความท้าทายเหล่านี้ได้ เพื่อช่วยให้เกษตรกรได้ผลผลิตที่ดี ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม

๒. การปรับปรุงพันธุ์พืชเป็นงานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยจำเป็นต้องใช้ทั้งเทคโนโลยีขั้นสูง และความรู้ ประสบการณ์ และความมานะพยายามของนักปรับปรุงพันธุ์พืชร่วมกัน 

๓. การส่งเสริมให้มีการปรับปรุงพันธุ์พืช จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้มีการคุ้มครองสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญาของนักปรับปรุงพันธุ์พืช เพื่อเป็นกำลังใจในการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ และป้องกันการละเมิดหรือขโมยพันธุ์พืชที่นักปรับปรุงพันธุ์พัฒนาขึ้นมา

๔. การคุ้มครองสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญาของนักปรับปรุงพันธุ์พืช ภายใต้ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืชฉบับแก้ไข จึงเกี่ยวข้องกับพันธุ์พืชใหม่ที่พิสูจน์ได้ว่า เกิดขึ้นมาจากกระบวนการปรับปรุงพันธุ์โดยนักปรับปรุงพันธุ์เท่านั้น พันธุ์พืชที่มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ ทั้งที่เป็นพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป พันธุ์พืชเฉพาะถิ่น หรือพันธุ์พืชป่า ยังคงเป็นทรัพยากรของประเทศไทย ที่ประชาชนคนไทยเป็นเจ้าของร่วมกัน 

๕. พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่บังคับใช้ในปัจจุบัน มีการนิยามให้ “พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป หมายความว่า พันธุ์พืชที่กำเนิดภายในประเทศ หรือมีอยู่ในประเทศ ซึ่งได้มีการใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย และให้หมายรวมถึงพันธุ์พืชที่ไม่ใช่พันธุ์พืชใหม่ พันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น หรือ พันธุ์พืชป่า” ซึ่งการกำหนดนิยามเช่นนี้ ทำให้ไม่สามารถแบ่งแยกพันธุ์พืชที่เกิดจากกระบวนการปรับปรุงพันธุ์โดยนักปรับปรุงพันธุ์ ออกจากพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป เนื่องจากพันธุ์พืชที่เกิดจากกระบวนการปรับปรุงพันธุ์ ย่อมมีกำเนิดในประเทศ หรือมีอยู่ในประเทศ หรือมีการใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย 

๖. การที่ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช ฉบับแก้ไข กำหนดให้ “พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป หมายความว่า พันธุ์พืชที่กำเนิดภายในประเทศ หรือมีอยู่ในประเทศ ซึ่งได้มีการใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย ทั้งนี้ไม่รวมถึงพันธุ์พืชใหม่ พันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น พันธุ์พืชป่า หรือพันธุ์พืชที่พิสูจน์ได้ว่า เป็นพันธุ์ที่ผ่านกระบวนการปรับปรุงพันธุ์” จึงเป็นการปรับแก้ไขที่เหมาะสม เพื่อความชัดเจนในการจำแนกพันธุ์พืชที่นักปรับปรุงพันธุ์พัฒนาขึ้น ออกจากพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์ และการแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับประเทศไทยหากมีการนำพันธุ์พื้นพืชเมืองทั่วไป พันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น หรือพันธุ์พืชป่าไปใช้ประโยชน์ทางการค้า

๗. มาตรา ๓๕ ของร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช ฉบับแก้ไข ยังคงให้สิทธิพิเศษต่อเกษตรกรให้สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ของพันธุ์พืชที่ได้รับการคุ้มครองไว้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของตนเองได้เช่นเดิม ฉะนั้น เกษตรกรจึงสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ทั่วไปหรือเมล็ดพันธุ์ของพันธุ์พืชที่ได้รับการคุ้มครอง ไว้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของตนเองได้ตลอดไปโดยไม่มีความผิดประการใด เพียงแต่ไม่สามารถนำเมล็ดพันธุ์ของพันธุ์พืชที่ได้รับการคุ้มครองไปจำหน่ายโดยมิได้รับอนุญาตจากนักปรับปรุงพันธุ์เจ้าของพันธุ์นั้น

๘. การที่ วรรค ๒ ของมาตรา ๓๕ ของร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช ฉบับแก้ไข กำหนดว่า “เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการปรับปรุงพันธุ์ รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช มีอำนาจออกประกาศกำหนดพันธุ์พืชใหม่ชนิดใดเป็นพันธุ์พืชที่สามารถจำกัดปริมาณการเพาะปลูกหรือการขยายพันธุ์ทั้งหมดหรือบางส่วนได้”  เป็นประโยชน์ในการป้องกันการละเมิดกฎหมายโดยใช้สิทธิพิเศษต่อเกษตรกรดังกล่าวข้างต้นไปในทางที่ผิด โดยเฉพาะในกรณีที่พันธุ์พืชบางชนิดสามารถขยายพันธุ์ปริมาณมากได้โดยง่าย เช่น การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ หรือการตอนหรือปักชำไม้ผลไม้ประดับ หรือการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักที่เป็นพันธุ์ผสมเปิด เป็นต้น 

๙. การขยายการคุ้มครองจากเมล็ดพันธุ์และส่วนขยายพันธุ์ ไปถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์ ตามที่ระบุในมาตรา ๓๗ และ ๓๘ ของของร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช ฉบับแก้ไขนั้น เป็นประโยชน์ในการป้องกันการละเมิดกฎหมายโดยใช้สิทธิพิเศษต่อเกษตรกรไปในทางที่ผิดเช่นกัน โดยที่การขยายการคุ้มครองนั้น ครอบคลุมเฉพาะผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ ที่เกิดจากส่วนขยายพันธุ์ที่ได้มาโดยมิชอบเท่านั้น 

๑๐. ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช ฉบับแก้ไข ขยายการคุ้มครองไปถึงพันธุ์ที่ได้มาจากพันธุกรรมสำคัญมาจากพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครอง (Essentially Derived Variety – EDV) นั้น เป็นประโยชน์อย่างมากในการส่งเสริมการต่อยอดการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ ในขณะที่ยังคงป้องกันการละเมิดสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์ มิได้เป็นการเอื้อให้เกิดการผูกขาดพันธุ์พืชใหม่แต่อย่างใด โดยที่ EDV หมายถึง พันธุ์ที่ได้มาจากการนำพันธุ์ตั้งต้นไปปรับปรุงเล็กน้อย จนได้ผลเป็นพันธุ์ที่มีลักษณะทางกายภาพแตกต่างจากพันธุ์ตั้งต้นเพียงเล็กน้อย แต่ลักษณะส่วนใหญ่ยังคงเหมือนพันธุ์ตั้งต้น  ทั้งนี้ พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับปัจจุบัน) มิได้ให้ความคุ้มครอง EDV กับนักปรับปรุงพันธุ์ผู้พัฒนาพันธุ์ตั้งต้นของ EDV จึงทำให้สามารถใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ละเมิดสิทธิในพันธุ์ตั้งต้นเพื่อประโยชน์ทางการค้าได้โดยง่ายและภายในระยะเวลาสั้น ซึ่งเป็นการเอาเปรียบนักปรับปรุงพันธุ์ที่ต้องใช้เทคโนโลยี ความรู้ และความมานะพยายาม ในระยะเวลานาน กว่าที่จะสามารถพัฒนาพันธุ์ตั้งต้นขึ้นมาได้ 

๑๑. การที่ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช ฉบับแก้ไข ขยายการคุ้มครองไปถึง EDV โดยที่การนำ EDV ไปจำหน่าย จะต้องได้รับอนุญาตจากนักปรับปรุงพันธุ์ผู้พัฒนาพันธุ์ตั้งต้นก่อน จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง บนพื้นฐานของความเป็นธรรมและจริยธรรม และไม่กระทบต่อสิทธิหรือสิทธิพิเศษของเกษตรกร หรือเอื้อให้เกิดการผูกขาดแต่อย่างใด อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้มีการต่อยอดพัฒนาให้มีพันธุ์พืชใหม่ที่แตกต่างและหลากหลายจากพันธุ์พืชเดิมมากยิ่งขึ้น แทนที่จะเป็นเพียงการหาช่องทางปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยให้ได้เพียง EDV เท่านั้น ซึ่งไม่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาพันธุ์ในระยะยาว

๑๒. การแบ่งปันผลประโยชน์ในการที่มีการนำพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป หรือพันธุ์พืชป่า ไปใช้ประโยชน์ทางการค้า เป็นหลักการที่ถูกต้องและเป็นธรรม ซึ่งมาตรา ๖๒ และ ๖๓ ของร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช ฉบับแก้ไข กำหนดให้ต้องขออนุญาต และทำข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ไว้ด้วยแล้ว ดังนั้นการที่บุคคลใดจะนำพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไป หรือพันธุ์พืชป่า ไปทำการปรับปรุงพันธุ์ จึงต้องขออนุญาตและทำตามเงื่อนไขของการแบ่งปันผลประโยชน์ตามมาตรา ๖๒ และ ๖๓ 

   

ด้วยข้อมูลและเหตุผลดังกล่าวข้างต้น สมาคมปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์พืชแห่งประเทศไทย สมาคมเมล็ดพันธุ์แห่งประเทศไทย สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย และสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย จึงขอสนับสนุนการปรับแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าการเกษตรไทย การปรับปรุงพันธุ์พืชของไทยโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง การสร้างแรงจูงใจให้นักปรับปรุงพันธุ์รุ่นใหม่ และตลอดจนส่งเสริมความสำเร็จของการเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์ของประเทศไทย บนพื้นฐานของการดำรงไว้ซึ่งจริยธรรมวิชาชีพ และความถูกต้องเป็นธรรมต่อทั้งเกษตรกร นักปรับปรุงพันธุ์ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง